First slide

สภาพลเมืองอาหาร

ผู้คนที่เป็นพลังของเมืองในการขับเคลื่อนด้านอาหารที่ดี โดยบทบาทและ หน้าที่ของพลเมืองอาหารนั้น มีอยู่ตลอดห่วงโซ่อาหารตั้งแต่การผลิต การ กระจาย และการบริโภค กุญแจสำคัญของพลเมืองอาหาร คือ ต้อง ตระหนักถึงพลังที่มีอยู่ในตัวเองที่สามารถเปลี่ยนแปลงอาหารให้ดีได้ จาก ความเสี่ยงของอาหารรอบตัวทั้งข้าว ผัก ผลไม้ ผลผลิตทางการเกษตร เหล่านี้มีการปนเปื้อนสารเคมีมากขึ้นจากการผลิตแบบเกษตรเคมีและการ ปลูกพืชเชิงเดี่ยวจำนวนมาก การกระจายที่ขนส่งอาหารระยะทางไกลรวม ทั้งมีการผูกขาดช่องทาง ไปจนถึงการกินที่ไม่หลากหลาย พลเมืองอาหาร จึงหาทางเลือกและทางออกใหม่ๆ ให้มีความรู้ ‘ที่มาอาหาร’ มีการเปลี่ยน แปลงตนเองในเรื่องการกินและการเข้าถึงอาหารสุขภาวะคือดีทั้งต่อตนเอง และสภาพแวดล้อมของสังคมและระบบนิเวศ

พฤติกรรมการกินที่หลากหลาย กินอาหารที่ผลิตในท้องถิ่น กินพอเพียง ครบถ้วนคุณค่าอาหาร ระมัดระวังอาหารที่ปรุงด้วยรสชาติจัด ได้แก่ หวาน มัน เค็มและหันมาใส่ใจกับอาหารที่ให้รสธรรมชาติ ซึ่งอุดมด้วยคุณค่าทาง โภชนาการ พลเมืองอาหารยังช่วยกันอุดหนุนพืชผลเกษตรอินทรีย์รายย่อย ในท้องถิ่นด้วยราคาที่เป็นธรรม ในฐานะผู้ผลิตที่ยืนหยัดพิทักษ์ความ หลากหลายของธรรมชาติ







ชุมชนอาหาร

ร่วมมือกันเพื่อเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย เช่น เลือกซื้ออาหารจากเกษตรกรในท้องถิ่นโดยตรง หรือตลาดเขียว เพราะผู้ผลิตเหล่านี้ดูแล สิ่งแวดล้อม ด้วยการผลิตเกษตรอินทรีย์ (Organic) ที่แบกรับภาระต้นทุนในการจัดการฟื้นฟูธรรมชาติเพิ่มขึ้น สนับสนุนการค้าที่เป็น ธรรม (Fair Trade) คำนึงถึงความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้ผลิต แรงงาน และผู้บริโภค จนเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านอาหารใน ชุมชน เช่น วิสาหกิจชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้และลดการผูกขาดของทุนอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ ส่งเสริมผู้ ประกอบการรุ่นใหม่ในท้องถิ่นเพื่อให้อาชีพเกษตรกรมีความยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น

ชุมชนอาหาร

พลเมืองอาหารจะร่วมมือกันสร้าง และขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน โดยเชื่อมต่อปฏิบัติการสู่สากล ในฐานะที่อาหารเป็น เรื่องของส่วนรวม (Food as a commons) ซึ่งก้าวข้ามพรมแดนอาณาเขตของประเทศชาติทั้งหลาย เช่น ช่วยกันผลักดันนโยบายด้าน อาหารสุขภาวะ ตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นและจินตนาการความเชื่อมโยงจากจุดเล็กๆ ที่อยู่กับมิตินานาชาติและความเป็นสากล

เผยแพร่ความคิดอ่านและแบ่งปันความรอบรู้ในเรื่องอาหารแก่สังคม เพื่อเพิ่มจำนวนพลเมืองอาหารให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชุมชน อาหารมีความเข้มแข็งตามไปด้วย





ความรอบรู้ด้านอาหาร (Food Literacy)หรือความรู้ในเรื่องอาหารอย่างรอบด้าน ช่วยส่งเสริมให้เราเป็น พลเมืองอาหาร (Food Citizens) ที่คำนึงถึงบทบาทความรับผิดชอบด้านอาหาร ร่วมมือกันสร้าง ชุมชนอาหาร(Food Community) ส่งเสริมเศรษฐกิจอาหาร (Food Economy) เช่น วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการสังคมด้านอาหาร สนับสนุนเกษตรกรอินทรีย์และคนรุ่นใหม่ เป็นวงจรอาหาร สุขภาวะที่ยั่งยืน โดยเน้นการประสานความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ให้อาหารมีความปลอดภัย ความมั่นคงและคุณค่าโภชนาการ ความร่วมมือ มีในหลายรูปแบบต่างๆ ดังนี้






กลุ่มผู้ผลิตเกษตรกรรมยั่งยืน 

คือ วิถีเกษตรกรรมที่ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และดำรงรักษาไว้ซึ่งความสมดุลของระบบนิเวศ สามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพและพอเพียงตามความจำเป็นพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของ เกษตรกรและผู้บริโภค พึ่งพาตนเองได้ในทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเอื้ออำนวยให้เกษตรกรและ ชุมชนท้องถิ่นสามารถพัฒนาได้อย่างเป็นอิสระ ทั้งนี้เพื่อความผาสุกและความอยู่รอดของ มวลมนุษย์ชาติโดยรวม




ตลาดเขียว

คือ พื้นที่การเชื่อมโยงผลผลิตอินทรีย์สู่ผู้บริโภคด้วยรูปแบบต่างๆ อาทิ การจัดตลาดนัดประจำ สัปดาห์หรือประจำเดือน การส่งตรงผลผลิตจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคในระบบสมาชิก เป็นต้น โดย ทุกช่องทางเหล่านี้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคมีความตระหนักถึงการเรียนรู้ระหว่างกัน มีการพัฒนา ให้ช่องทางตลาดสนับสนุนการค้าที่เป็นธรรม สุขภาพ ความยั่งยืน การดูแลเอาใจใส่ระบบนิเวศ




โรงพยาบาลอาหารสุขภาวะ 

คือ โรงพยาบาลที่มีการจัดการเรื่องอาหารในโรงพยาบาล ทั้งในด้านคุณค่าสารอาหารและ รสชาติอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งการจัดหาวัตถุดิบที่ปลอดภัย โดยเฉพาะผักและผลไม้อินทรีย์ มีการจัดตลาดนัดสีเขียวเพื่อให้เกษตรกรได้นำผักผลไม้อินทรีย์มาจำหน่าย อันจะนำไปสู่ขั้นตอน สู่ครัวโรงพยาบาล การเข้าถึงผลผลิตอินทรีย์ของบุคลากรโรงพยาบาล ครอบครัวคนไข้ และ ชุมชนโดยรอบ




โรงเรียนอาหารสุขภาวะและศูนย์เด็กเล็ก

คือ การจัดสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่คำนึงถึงสุขภาพของนักเรียนและเด็กเล็ก ให้ได้รับคุณค่า สารอาหารที่ครบถ้วนและผักผลไม้ที่ปลอดภัย อาทิ การส่งเสริมการทำแปลงเกษตรอินทรีย์ใน โรงเรียน หรือการเชื่อมโยงผลผลิตในพื้นที่สู่ครัวโรงเรียน ทั้งนี้ยังเน้นกระบวนการเรียนรู้ของ เด็กให้เข้าใจถึงการผลิตอาหาร การปรุง และเตรียมอาหารอันเป็นการส่งเสริมทักษะชีวิตด้วย




ผู้บริโภคพลังพลเมืองอาหาร

คือ กลุ่มผู้บริโภคที่สนใจและตระหนักถึงเรื่องอาหารและการกินที่ส่งผลต่อสุขภาพตน สุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยแสดงบทบาทที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อระบบอาหาร ใน รูปแบบพลังผู้บริโภคสีเขียว




ระบบอาหารชุมชน

พื้นที่อาหารที่การผลิตและการบริโภคอยู่ในระยะทางเชื่อมถึงกัน ได้แก่ แปลงเกษตรชุมชนเชื่อม โยงกับโรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร มีการประกอบการและบริหารช่องทางการตลาดโดย คนในชุมชน เช่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มคนรุ่นใหม่ ผู้คนในพื้นที่ทำให้อาหารและการ บริโภคอยู่ในท้องถิ่นให้มากที่สุด เป็นระบบอาหารแบบกระจายตัว(distributed food system) ที่มีความสัมพันธ์ในแนวราบและสร้างการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งต่างจากระบบ รวมศูนย์และผูกขาดของอุตสาหกรรมอาหาร






กลุ่มผู้ผลิตเกษตรกรรมยั่งยืน 

คือพื้นที่ในขอบเขตขนาดเมืองที่มีการบริหาร จัดการอาหารตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง คือ การผลิต การกระจายและการบริโภค ด้วยกลไกหรือกระบวนการที่สำคัญ อย่างน้อย 2 กลไกคือ
      ก) กลไกเทศบาล
      ข) กลไกการมีส่วนร่วมของภาคส่วน

โดยสภาอาหารแห่งแรกที่เกิดขึ้น ได้แก่ Toronto Food Policy Council-TFPC ปัจจุบันมีสภาอาหารของเมืองต่างๆ ทั่วโลก ถึงกว่า 300 เมือง



การมีสภาอาหารช่วยให้อาหารที่ผลิตมีความ ชัดเจนในแหล่งที่มาจึงมีความปลอดภัยของ อาหาร ลดการสูญเสียและขยะอาหาร เพราะ การจัดการอาหารในแต่ละแห่งมีกลไกที่ภาค ส่วนต่างๆ ได้มาร่วมรับรู้และแก้ไขปัญหาร่วม กัน มีเทศบาลของหลายเมืองให้การสนับสนุน จึงมีความชัดเจนด้านการเอื้ออำนวยให้งาน ด้านอาหารของเมืองนั้นๆ มีประสิทธิภาพ อาหารที่เกินในที่หนึ่งสามารถนำมาจุนเจือต่อ ผู้ที่เข้าไม่ถึงอาหาร เป็นต้น