โหนดโรงเรียน
โหนดโรงพยาบาล
โหนดผู้ผลิต-ตลาดเขียว
โหนดผู้บริโภค
กิจกรรมโครงการ
รายชื่อภาคี
เรื่องนี้อาจารย์พิศาล บุญผูก ผู้เชี่ยวชาญด้านมอญศึกษาและปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดนนทบุรียืนยันว่าไม่เป็นปัญหา เพราะสมัยก่อนชาวสวนไม่ได้ปลูกทุเรียนเป็นพืชเชิงเดี่ยวอย่างเดียว แต่ทุเรียนนนท์ยังมีอีกเพื่อนมากมายที่ช่วยกระจายความมั่งคั่ง นอกจากผลไม้นางเอกอย่างมังคุด กระท้อน และมะม่วงยายกล่ำที่ขึ้นชื่อแล้ว เรามาทำความรู้จักกับเพื่อนในสวนของทุเรียนนนท์กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
ภาพ : ต้นทุเรียนพันธุ์ก้านยาวเพาะจากเมล็ดทุเรียนที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ของสวนทุเรียนป้าต้อยลุงหมู ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
“ใบทองหลางนับว่าเป็นบทเรียนสอนคนได้อย่างดี”เมื่อเอ่ยถึงการทำสวนในจังหวัดนนทบุรี คนมักจะเห็นทุเรียนนนท์เป็นพระเอกเสมอ แต่อาจารย์พิศาล บุญผูก ปราชญ์จังหวัดนนทบุรีและผู้เชี่ยวชาญด้านมอญศึกษากล่าวว่า หากไม่มีต้นทองหลาง ทุเรียนก็อยู่ไม่ได้ ทองหลางนับว่าเป็นพี่เลี้ยงที่ให้ประโยชน์กับทุเรียนมหาศาล และเป็นพืชที่มหัศจรรย์ เพราะส่วนต่าง ๆ ของมันล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น นอกจากใบที่ร่วงลงมาเป็นปุ๋ยชั้นดีให้ทุเรียน ปุ่มรากของทองหลางก็ยังมีสารไรโซเบียมซึ่งเป็นปุ๋ยเช่นกัน โดยรากที่ชอนไชอยู่ใกล้ทุเรียนจะถ่ายทอดไรโซเบียมให้ต้นทุเรียนงอกงาม ขณะที่ลำต้นยังมีการเฉือนมาแล่เป็นแผ่นบางเหมือนพานแว่นฟ้า เพื่อใช้ในการผลิตตะลุ่ม อาชีพของคนเมืองนนท์ในอดีตอีกด้วย จึงเห็นได้ว่าการอยู่ของต้นทุเรียนกับทองหลางนั้นอยู่รวมกันอย่างสมานฉันท์ ดังนั้นมนุษย์ต้องดูตัวอย่างทุเรียนกับทองหลาง อยู่ด้วยกันอย่าทะเลาะกันอาจารย์พิศาลเล่าว่า ชาวสวนสมัยก่อนมีสุขภาพจิตดี เมื่อมีทุเรียนรุ่นแรกออกผลก็เอาไปถวายพระ บางสวนปลูกทุเรียนเพื่อประกวด ไม่ได้มองเรื่องจะค้าขายอย่างเดียว
หมาก อีกหนึ่งพืชในสวนที่่ชาวสวนสมัยก่อนมักจะปลูกแซมกับต้นทุเรียน และสามารถขายได้ราคาในยุคที่คนไทยยังนิยมรับประทานหมาก สร้างรายได้ให้กับชาวสวนเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ในสวนสมัยเก่ายังมีพืชผักอีกนานาชนิดที่ขึ้นตามท้องร่อง เช่น ผักบุ้ง กระเฉด ชะพลู ตำลึง ฯลฯ แม้กระทั่งต้นมะตาด และต้นหน่อกะลา พืชตระกูลข่าที่นำมาประกอบอาหารของชาวมอญ ก็ยังมีอย่างอุดมสมบูรณ์ให้ชาวสวนได้เก็บกินและแบ่งปันโดยไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อ
พืชอีกชนิดหนึ่งที่มากด้วยคุณประโยชน์คือมะพร้าว อาจารย์พิศาลเล่าว่า แค่ทางมะพร้าวร่วงลงมาเพียง 1 กิ่ง ก็สามารถแปรสภาพเป็นเงินได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะชาวสวนจะนำมาทำไม้กวาด ไม้กลัก ตัดเป็นท่อน ๆ เพื่อขายเป็นฟืนเคี่ยวตาล ซึ่งผู้สูงอายุที่ทำก็ได้ขยับนิ้วขยับแขนขาออกกำลังกายไปในตัว หรือผลไม้ประจำสวนอีกชนิด เช่น กล้วย ก็สามารถนำมาลอก ตาก กรีด แล้วตากแดดเพื่อทำเชือก หรือตัดใบออกมาทำใบตองได้เช่นกัน
นี่คือวิถีเศรษฐกิจพอเพียงในอดีตของสวนนนท์ที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง