โหนดโรงเรียน
โหนดโรงพยาบาล
โหนดผู้ผลิต-ตลาดเขียว
โหนดผู้บริโภค
กิจกรรมโครงการ
รายชื่อภาคี
ระตะนะ ศรีวรกุล จากอดีตพยาบาลสู่ประธานสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี จำกัด ด้วยใจรักในการทำเกษตรอินทรีย์
“เราเป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์ชาวบ้านที่รวมตัวกันผลิตอาหารในระบบเกษตรอินทรีย์ ผลผลิตที่เราผลิตคือพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านเสียส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้เป็นอย่างอื่นเนื่องจากเครือข่ายของเราจะเป็นผู้สูงอายุ ก็ค่อยเป็นค่อยไป เราไม่ค่อยมีการจัดการที่เป็นระบบ เป็นแนวพี่น้องเรียนรู้ร่วมกัน มีปัญหาอะไรเราก็มาปรึกษากัน พูดคุยกันว่าเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งคิดว่าความเป็นชุมชน ความเป็นคนมีอายุแล้ว ความเป็นเกษตรกรดั้งเดิมก็ทำให้เราคุยกันได้ง่าย ช่วยเหลือกัน ทำให้กลุ่มของเราทุกคนมีอาชีพมีรายได้ มีสุขภาพที่ดีในทางการเงินและมีความรักสามัคคี สิ่งที่พวกเราทำอยู่นี้จะเป็นแบบอย่างให้ชุมชนรอบๆ ได้เกิดการรวมกลุ่ม เพราะว่าการรวมกลุ่มทำให้คนเข้มแข็ง เราเชื่อว่าอย่างนั้น และพยายามชวนคนอื่น ๆ ให้เข้ามาสู่ระบบเกษตรอินทรีย์
จริง ๆ ส่วนตัวแล้วไม่เคยผลิตโดยใช้เคมีเลย เดิมจะเป็นเกษตรธรรมชาติมากกว่า แต่รอบๆ เราเขาผลิตด้วยระบบเคมี ก็เห็นว่าคนที่ผลิตด้วยเคมีเขาจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เนื่องจากมีสารพิษสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายไม่แข็งแรง เป็นโรคเบาหวาน ความดัน มะเร็งมากขึ้น หอบหืดภูมิแพ้ ในสังคมก็เห็นมากขึ้น อาหารเป็นตัวสำคัญที่จะกำหนดระบบสุขภาพของคน เราเลยพาพี่น้องผลิตระบบเกษตรอินทรีย์ อย่างน้อยในชุมชนเราในกลุ่มพวกเราทุกคนก็ได้รับอาหารที่ดี นอกจากในชุมชนกลุ่มของพวกเราแล้วก็จะมีสังคมข้างนอกที่มาซื้อผักของเรา เราก็เปิดจำหน่ายนำเสนอให้คนได้เข้าถึงอาหารปลอดภัย“
เกษตรอินทรีย์เพื่อปกป้องทรัพยากรถิ่นฐานบ้านเกิด
“อนาคตข้างหน้าคิดว่าจะสร้างกลุ่มขยายกลุ่มให้มากขึ้น ให้กลุ่มใหญ่ขึ้นและมีกลุ่มต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพิ่อขยายระบบการเกษตรอินทรีย์ให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด รวมทั้งพี่น้องภาคตะวันออกของเรา ซึ่งคิดว่าภาคตะวันออกมีความเหมาะสมที่จะทำเกษตรมากกว่าการทำอุตสาหกรรม ที่ผ่านมาก็มีการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์บ้าง เคมีบ้าง แต่ในอนาคตเราจะชวนพี่น้องทั้งภาคตะวันออกให้เข้ามาในระบบเกษตรอินทรีย์
เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีภัยคุกคามเราก็ต้องต่อสู้เพื่อปกป้องตนเอง การมีอุตสาหกรรมจะมีการปล่อยน้ำเสีย ปล่อยขยะหรือควันอะไรต่าง ๆ มลพิษพวกนี้จะมีผลต่อระบบสุขภาพของเราด้วย ถ้าเราทำเกษตรอินทรีย์เพื่อขยายพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เราก็สามารถเจรจาพูดคุยในสิ่งที่เราทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าคนที่ทำระบบอินทรีย์ อยู่ได้ อยู่รอดและมีสุขภาพที่ดี ฉะนั้นคุณจะมาทำสิ่งที่ไม่ดีให้พวกเราไม่ได้ เราเป็นเครือข่ายทั้งจังหวัดกลุ่มเราก็ใหญ่ ฉะนั้นการเจรจาทำได้“
“การต่อสู้ของเราก็คงไม่ได้ไปรบทัพจับศึกหรือสู้กัน แต่เราสร้างตัวเรา สร้างกลุ่มสร้างเครือข่ายให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม แสดงจุดยืน ภาพลักษณ์ ว่าเรามีหลักคิดยังไง มีสมาชิก พื้นที่ ตำบลเท่าไหร่ ผู้คนที่อยู่ในวิถีนี้ล้วนแต่มีสุขภาวะที่ดี เป้าหมายคือเราอยากกระจายสิ่งที่เราทำอยู่ไปทั้งจังหวัดซึ่งไม่ได้เป็นพิษเป็นภัย เรื่องพวกนี้เราไม่ต้องต่อสู้ เราลงมือทำให้เห็นเลย ว่าเราแล้วมันดีจริง ฉะนั้นทุกคนจะเข้ามาด้วยความเต็มใจ แม้แต่อุตสาหกรรมก็จะเข้ามาร่วมมือเพราะเขาจะทำตัวเป็นผู้ร้ายไม่ได้ เขาต้องมาร่วมมือกับเราเพื่อแสดงว่าเขาเป็นคนดีของสังคม”