โหนดโรงเรียน
โหนดโรงพยาบาล
โหนดผู้ผลิต-ตลาดเขียว
โหนดผู้บริโภค
กิจกรรมโครงการ
รายชื่อภาคี
บันทึกจาก Young Food Workshop in School 22 ณ บ้านป่าเกี๊ยะ จ.เชียงราย ตอนที่ 1
3 วันกับการบ่มเพาะเด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองอาหาร
เสียงเจื้อยแจ้วสรวลเสเฮฮาของเด็ก ๆ และครู กว่า 20 ชีวิตที่เดินสำรวจพืชพันธุ์ธัญญาหารในชุมชนบ้านป่าเกี๊ยะ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย อย่างสนอกสนใจ ปลุกชุมชนแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เด็ก ๆ และคุณครูเหล่านี้เป็นตัวแทนจาก 3 โรงเรียน ทั้งเชียงราย กำแพงเพชร และสงขลา ที่เข้าร่วมการอบรมเวิร์คชอปโครงการ Young Food22 to School ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างโครงการบูรณาการเพื่อหนุนเสริมยุทธศาสตร์แผนอาหารฯ และอีก 3 ภาคีภายใต้การสนับสนุนของแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. ได้แก่ เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน โครงการเด็กไทยแก้มใส และโครงการ Safety Food เพื่อขยายโมดูลปฏิบัติการ Young Food ที่โครงการบูรณาการฯ ได้ดำเนินการมากว่า 2 ปีในกลุ่มเยาวชนไปสู่โรงเรียน หวังสร้างพลเมืองอาหารที่ตระหนักรู้เรื่องระบบอาหารจากเมนูอาหารท้องถิ่น และสามารถนำไปสื่อสารต่อได้
อาหารที่ยึดโยงคนรุ่นใหม่ไว้กับถิ่นฐานเดิม
"เมื่อก่อนเด็กออกไปเรียนนอกชุมชนแล้วอายที่เรียนสูงแล้วต้องกลับมาอยู่ในชุมชน ดังนั้นชุมชนต้องทำให้เห็นว่าเด็ก ๆ สามารถกลับมาอยู่ที่นี่บ้านป่าเกี๊ยะได้อย่างไม่อายใคร"
คำบอกเล่าของผู้ใหญ่มานพ บุญยืนกุล ผู้ใหญ่บ้านป่าเกี๊ยะ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ต่อกลุ่มผู้มาเยือนในครั้งแรกที่ได้พบกัน สะท้อนความมุ่งมั่นของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าแห่งนี้ที่พยายามทำทุกวิถีทางด้วยหวังให้เยาวชนป่าเกี๊ยะกลับมาอยู่ในชุมชนอย่างมีศักยภาพด้วยการสร้างอาชีพรองรับ ภายใต้ต้นทุนพื้นที่มากมายทั้งอาหาร สมุนไพรและวิถีชีวิตคนอยู่กับป่า เน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความสุข และกลุ่ม Seeds Journey ซึ่งเป็นการรวมตัวของเยาวชนบ้านป่าเกี๊ยะที่ไปเรียนหนังสือในเมือง แต่กลับมาเรียนรู้อาหารในชุมชนจากพ่อแม่ปู่ย่าตายายในชุมชน เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างความยั่งยืนในอนาคต คือความหวังของการพัฒนาชุมชนไม่ให้เป็น "หมู่บ้านคนแก่" โดยกลุ่มซึ่งเป็นเครือข่ายมูลนิธิชีววิถีได้เข้าร่วมศึกษาโมดูล Young Food กับโครงการบูรณาการเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา และกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับน้อง ๆ ในปีนี้
พ่อหลวงมานพ บุญยืนกุล ผู้ใหญ่บ้านป่าเกี๊ยะ เล่าความเป็นมาและเรื่องราวอาหารของชุมชน
หลังจากครูและเด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของชุมชนจากพ่อหลวงมานพ และทำความรู้จักกันพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลายืดเส้นยืดสายเดินชุมชนเพื่อสำรวจทำความรู้จักให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จุดแรกที่พี่ ๆ กลุ่ม Seeds Journey ได้แก่ พี่น้ำ พี่อาปิ และพี่บิวพาน้อง ๆ แวะคือนิทรรศการ "พืชกินได้ อาหารในฤดูฝน" เด็ก ๆ ให้ความสนใจกับพืชผักผลไม้เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ เช่น สิหมะ หรือส้มผด ที่ชาวบ้านใช้ปรุงอาหารแทนมะนาว เป็นเครื่องปรุงในครัวที่ขาดไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีภูมิปัญญาการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ในลูกน้ำเต้ารมควันเพื่อเอาไว้ปลูกต่อ โดยน้ำเต้าเหล่านี้จะถูกวางไว้เหนือเตาไฟเพื่อป้องกันความชื้น และทำให้เมล็ดพันธุ์ยังมีคุณภาพเก็บไว้ได้นานอีกด้วย นอกจากความตื่นเต้นกับการซักไซ้ถามไถ่ เด็ด ดม และชิมกันอย่างสนอกสนใจแล้ว เราสังเกตเห็นว่ามิตรภาพเล็ก ๆ ของเด็ก ๆ ระหว่างโรงเรียนก็เริ่มก่อตัวขึ้นที่นี่เช่นกัน
การเดินชุมชนทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอาข่าในบ้านป่าเกี๊ยะที่เชื่อมโยงการกินอย่างมาก เช่น ความสำคัญของครัวไฟที่ใช้ทำพิธีกรรมต่าง ๆ หากจะมีการย้ายบ้านชาวอาข่าจะนำไข่ไก่วางบนเตาไฟเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ามีลูกหลานจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง บ้านทุกหลังจะมีพื้นที่เล็ก ๆ เป็นสวนครัวประจำบ้านปลูกพืชผักท้องถิ่นสารพัดชนิด เมื่อถึงมื้ออาหารเจ้าของบ้านก็จะมาดึงเด็ด หยิบจับไปปรุงอาหารในครัวแบบสดใหม่ได้ทันที ส่วนหมู ไก่จะมีการเลี้ยงในพื้นที่ของชุมชนและเมื่อมีการล้มหมูเกิดขึ้น ชาวบ้านที่ทราบข่าวก็จะไปแบ่งซื้อมาเก็บไว้สำหรับการปรุงอาหาร ส่วนปลาก็จับได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงอาจกล่าวได้ว่าถ้าเป็นเรื่องของมื้ออาหารแล้วชาวบ้านป่าเกี๊ยะแทบจะไม่ต้องพึ่งพิงตลาดสดหรือรถพุ่มพวงต่างพื้นที่เลยสักนิด
“บ้านเราก็มีสวนครัวเหมือนกัน” ใครคนหนึ่งรำพึงกับตัวเอง เมื่อถามว่าแล้วมีผักแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า เธอก็หันมายิ้มเผล่แล้วส่ายหัวน้อย ๆ แทนคำตอบ ส่วนคุณลุงเจ้าของบ้านก็ยิ้มใจดีพร้อมให้คำอธิบายในทุกเรื่องที่เด็กๆ และคุณครูผู้มาเยือนอยากรู้
กิจกรรมปิดท้ายของวันแรกในบ้านป่าเกี๊ยะ หลังการเดินชุมชน พี่ ๆ วิทยากรจากทีมครอสได้ให้คุณครูและน้อง ๆ ช่วยกันคิดว่าเราได้เรียนรู้อะไร ได้ทำอะไรเจ๋ง ๆ ไปแล้วบ้าง สนุกไปกับอะไร และสงสัยอะไร ซึ่งทุกคนก็ช่วยกันขบคิด วาดรูปแทนคำอธิบาย และส่งตัวแทนออกมานำเสนออย่างสนุกสนานแสดงถึงความสนุกที่ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติ สนุกกับการกินผักผลไม้และอาหารแปลก ๆ แต่อร่อยและหลากหลาย ได้เรียนรู้ภูมิปัญญาการกิน วิธีการเก็บเมล็ดพันธุ์ การรมควันน้ำเต้า ได้ตำข้าว ยิ่งน้องนักเรียน ป.6 โรงเรียนบ้านถนนน้อย จังหวัดกำแพงเพชรสะท้อนว่าได้เรียนรู้ความตั้งใจของคนในบ้านป่าเกี๊ยะที่จะรักษาชุมชนไว้ด้วยภูมิปัญญาการกิน ก็ยิ่งทำให้ทีมงานยิ้มด้วยความดีใจ ที่ความตั้งใจของชุมชนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการเช่นกัน ได้ส่งต่อไปถึงผู้รับสารอย่างน้อง ๆ นักเรียนแล้ว
ปิดท้ายด้วยอาหารท้องถิ่นแสนอร่อยที่บรรดาแม่ ๆ ในชุมชนตั้งใจปรุงกันอย่างสุดฝีมือ แต่วันที่ 2 ของ Young Food Learning Module ที่บ้านป่าเกี๊ยะยังมีการเรียนรู้ที่สนุก ๆ รออยู่ เพื่อเชื่อมโยงน้อง ๆ เข้าสู่การเรียนรู้อาหารท้องถิ่นแล้วย้อนกลับไปมองและเรียนรู้ระบบอาหารในชุมชนของตัวเอง โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
‘Young Food’ Learning Module
ได้ร่วมพัฒนาขึ้นระหว่างนักออกแบบผู้เชี่ยวชาญ ศ.ดร.เอซิโอ มานซินี่ และทีมร่วมเรียนรู้นำโดย บ.อินี่เครือข่ายนวัตกรรมสากล สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม แผนการอ่าน รวมทั้งทีมงานพื้นที่และเยาวชน ระหว่างปี 2563 – 2564 ประกอบด้วยโครงสร้าง 3 ส่วนได้แก่