โหนดโรงเรียน
โหนดโรงพยาบาล
โหนดผู้ผลิต-ตลาดเขียว
โหนดผู้บริโภค
กิจกรรมโครงการ
รายชื่อภาคี
สรุปการประชุมวงหารือ
เวทีร่วมออกแบบและพัฒนา สภาพลเมืองอาหาร
พลเมืองเคลื่อนนโยบายอาหารสุขภาวะ
Food Citizens Policy Council
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา
คำว่า “สภาอาหาร” มีมาประมาณ 30 ปีแล้ว แต่ในระยะหลังจะเรียกเป็น “สภานโยบายอาหาร” เพื่อแสดงความชัดเจนว่าต้องการขับเคลื่อนนโยบาย โดยเชื่อว่าพลังของผู้คน หรือ “พลเมืองอาหาร” นั้นสามารถเคลื่อนนโยบายอาหารได้ ในแผนอาหารตอนนี้จึงเริ่มใช้คำว่า “สภาพลเมืองอาหาร”
ดังนั้น สภาอาหารจึงเป็นโครงการความร่วมมือ (Transversal Project) แล้วมาสร้าง Common Food System ร่วมกัน ซึ่งหลายแห่งมักจะมีงานวิจัยเรื่องระบบอาหารของพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้ข้อเสนอทางนโยบายที่มีความชัดเจน และการทำงานวิจัยก็มีการทำงานควบคู่กับสถาบันการศึกษาด้วย
เวทีสภานโยบายอาหาร มีการทดสอบเปิดประเด็นครั้งแรกเรื่อง ‘วิสาหกิจชุมชนสู่ครัวโรงเรียนกับโรงพยาบาล’ การขับเคลื่อนสภาพลเมืองอาหาร ที่นำผู้คนและหน่วยงานต่างๆ ในระบบอาหารของพื้นที่หนึ่งมาร่วมหารือถึงการนำผลผลิตอินทรีย์สู่ครัวโรงเรียน โรงพยาบาล ให้ทุกคนเห็นทั้งที่มาและที่ไปของอาหาร ว่ากำลังก่อปัญหาและจะนำไปสู่การแก้ไขด้วยการก่อให้เกิดพลังร่วมในรูปแบบสภาอาหาร ให้น้องหนูและคนป่วยได้เข้าถึงอาหารที่ดี
มีการคัดเลือกพื้นที่เพื่อพัฒนาโมเดลปฏิบัติการ มีการสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการถอดบทเรียนจากแต่ละโมเดลเพื่อนำมาขยายผลต่อไป โดยมีกระบวนการทั้งภาคสังคม กระบวนการเชื่อมร้อยภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยและราชภัฏฯ ให้ความร่วมมือเพื่อการถอดบทเรียนพัฒนาสู่โมเดลการสร้างระบบอาหารชุมชน ไปพร้อมๆกับกิจกรรมเชิงนโยบาย
พื้นที่ที่น่าจะมีความเป็นไปได้ในการร่วมพัฒนาสภานโยบายพลเมืองอาหาร 4 พื้นที่ ได้แก่ บุรีรัมย์ น่าน เชียงใหม่ ตลิ่งชัน (กทม. และยังมีทีมอื่นๆ อีกหลายทีมให้ความร่วมมือ)
เริ่มจากคุณวัลลภา แวนวิลเลียนส์วาร์ด ผู้รับผิดชอบโครงการบูรณาการเพื่อหนุนเสริมยุทธศาสตร์แผนอาหารและร่วมกับภาคีเพื่อการขยายผลระบบอาหารสุขภาวะ ภายใต้การสนับสนุนของแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ โดยเริ่มจากการมองย้อนเวลาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เห็นว่าเวทีประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ 1.ความเป็นมาของสภานโยบายอาหาร วิสาหกิจชุมชน โรงเรียนกับโรงพยาบาล 2.โครงสร้างการขับเคลื่อนสภาพลเมืองอาหาร ต้นทางและที่มาที่ไปของอาหาร การแสวงหาพลังร่วมในการผลักดัน – ก่อให้เกิดพลังร่วมในรูปแบบสภาอาหาร
จากนั้น รศ.บำเพ็ญ เขียวหวาน ผู้เป็นที่ปรึกษางานสภาพลเมืองอาหารได้กล่าวถึงแนวคิดภาพรวมและหลักการของสภาอาหาร และหารือเรื่องของไทม์ไลน์ในปีนี้ว่าจะดำเนินงานอย่างไรในแต่ละสเต็ป มีการคัดเลือกพื้นที่แอคชั่นแพลนเพื่อพัฒนาโมเดลปฏิบัติการและร่วมออกแบบโมเดลของแต่ละพื้นที่ รวมถึงสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการถอดบทเรียนจากแต่ละโมเดลเพื่อนำมาขยายผลต่อไป ตามด้วย ผศ.พัชริน ดำรงกิตติกุล สนับสนุนกระบวนการสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ใช้กลไกขับเคลื่อนในพื้นที่โดยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏฯ ทำหน้าที่เชื่อมร้อยให้ความร่วมมืออยู่ตรงกลาง สร้างระบบอาหารชุมชน ไปพร้อมๆกับกิจกรรมเชิงนโยบาย ด้าน อ.วรลักษณ์ คงหนูกล่าวว่า ปัญหาเรื่องอาหารสุขภาวะในโรงเรียนหรือโรงพยาบาลนั้นมีความคล้ายกันคือ ด้านการนำอาหารเข้าสูครัว ทั้งระบบการผลิตอาหารในชุมชน และการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งสภาอาหารจะเข้ามาทำหน้าที่ประสานทั้งสองจุดนี้ได้ รศ.บำเพ็ญเสริม ให้ใช้การปฏิบัติการใน 2 ระดับ คือ ระดับของคณะทำการส่วนกลางทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายส่วนกลาง และระดับพื้นที่ปฏิบัติการเช่นในมหาวิทยาลัย หรือองค์กรในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยมีคณะทำงานส่วนกลางคอยเชื่อมหนุนทุกฝ่าย
ส่วน อ.จงกลณี วิทยารุ่งเรืองศรี กล่าวถึง 5 วงใหญ่ ได้แก่วงพื้นที่ปฏิบัติการ โดย อ.จงกลณีมีพื้นที่ที่รองรับอยู่แล้ว 4 พื้นที่ได้แก่ บุรีรัมย์ น่าน เชียงใหม่ ตลิ่งชัน(กทม.) และยังมีทีมอื่นๆอีกหลายทีมให้ความร่วมมือ ด้านรศ.ดร.เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ ออกความเห็นว่า ควรมีการสรุปแนวคิดหลักการที่แจ่มชัด เพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่นประเด็นสำคัญในอนาคต เพื่อให้เกิดแนวทางในการพัฒนาอาหารที่ชัดเจน เช่นประเด็นการขับเคลื่อน ประเด็นการบูรณาการ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และบูรณาการในหน่วยงานต่างๆ ส่วนทางอ.ปิยาพรเสริมว่าควรมีการสกัดความรู้ ร่างกรอบแนวคิดและหลักการสภาอาหาร สร้างปฏิบัติการพัฒนา เชื่อมโยงประเด็นอาหารในพื้นที่ ประสานแลกเปลี่ยนประเด็นอาหาร และขยายผลได้ต่อไป
ด้าน Cloud Floor เสนอว่า ทาง CEA (creative economy agency) สนใจเข้ามีส่วนร่วมในภาคีเครือข่ายภาคเหนือ โดยทาง Cloud Floor มีโปรเจ็คที่จะทดลองอยู่ 3 ชุมชน เช่น ช้างม่อย น่ามช้าง โดยไปทำงานกับกลุ่มคนปรุงอาหาร เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ โดยจะเริ่มในเดือนกันยายน ร่วมกับสสส.และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ TCDC (thailand creative & design center) อ.จงกลณีกล่าวเสริมว่าพื้นที่เชียงใหม่ จะมีตัวละครคือ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และกลุ่มเกษตรกร จึงอยากให้ทาง Cloud Floor ลงรายละเอียดให้ชัดเจน ซึ่งทางทีม Cloud Floor จะทำแผนภูมิสรุปโครงสร้างสภาอาหาร และจะทำพื้นที่ทดลอง Prototype Mockup รวมถึงช่วยทาง CEA เชียงใหม่ทำประเด็นด้านอาหาร และพัฒนารถพุ่มพวงในย่านช้างม่อย ด้ามช้าง และในเขตเมืองชั้นใน รวมถึงทำ Work Shop ในพื้นที่เมืองชั้นใน และมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงกับทางสภาอาหารในอนาคต
สำหรับการประชุมครั้งถัดไป จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 12 กันยายน เวลา 13.00 น.